วัดต่อแพ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 49/9 หมู่ 1 บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน
วัดต่อแพ ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของลำน้ำยวม มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เดิมเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าเป็นวัดของชาวลัวะหรือละว้า ที่สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2460 โดยสภาพวัดตอนนั้น หลงเหลือเพียงซากเจดีย์เก่า ที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ตรงกลาง ต่อมาชาวบ้านได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดต่อแพเก่า (ปัจจุบันศาลาประชาคม หมู่ 4 บ้านหลวง) ให้มาทำการบูรณะวัด โดยมีคณะศรัทธาบ้านเมืองปอน บ้านขุนยวม และบ้านต่อแพ ร่วมกันสร้าง ศาลาการเปรียญขึ้น เมื่อราวปี พ.ศ. 2461 พร้อมกับบูรณะเจดีย์ที่หักพัง ด้วยการสร้างเจดีย์องค์ใหม่ครอบ โดยได้บรรจุพระอรหันตธาตุ และสร้างวิหารคู่กับองค์เจดีย์ แล้วตั้งชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้าน ที่มีนามมาจากการที่ชาวบ้าน จะใช้ไม้ไผ่ต่อเป็นแพตรงบริเวณนี้ เพื่อเป็นพาหนะบรรทุกสินค้าไปติดต่อค้าขายในอำเภอแม่สะเรียง วัดต่อแพได้ขึ้นทะเบียนตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2461 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2525
สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่ตั้งกองบังคับการทหารญี่ปุ่น ซึ่งจะเดินทางต่อไปยังพม่า บริเวณวิหารเล็กที่ตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์ ถูกใช้เป็นสถานที่พิมพ์ธนบัตร พื้นที่ใต้ถุนศาลาวัดใช้เป็นสถานพยาบาล และเมื่อทหารญี่ปุ่น เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยหรือสู้รบ ก็ได้นำมาฝังไว้ภายในวัดแห่งนี้ด้วย ปัจจุบันจึงมีอนุสรณ์สถานของทหารญี่ปุ่นให้เห็น ซึ่งตั้งอยู่บริเวณกำแพงด้านหน้าทางเข้าวัด
ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ
1. พระธาตุเจดีย์และวิหาร สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2463 ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลาการเปรียญ โดยองค์พระธาตุเจดีย์ตั้งอยู่ ด้านทิศเหนือ ส่วนวิหารตั้งอยู่ด้านทิศใต้ อย่างไรก็ตาม วิหารและพระธาตุเจดีย์ของวัดต่อแพนี้ ได้รับการสร้างขึ้น ใหม่ โดยสร้างตามแบบศิลปะพม่าผสมกับไทใหญ่ องค์เจดีย์มีฐานกว้างประมาณ 12512 เมตร ความสูงประมาณ 20 เมตร ฐานเจดีย์ด้านล่างเป็นสีขาว ด้านบนเป็นสีทอง แต่ละทิศมีซุ้มพระประจำทิศ มีสิงห์ตั้งอยู่ทั้ง 4 มุม ส่วน ยอดประดับด้วยฉัตรทอง 7 ชั้น บนฉัตรมีระฆังแขวนอยู่จำนวนมาก เมื่อลมพัดจะมีเสียงดังกังวานไปทั่ว สิ่งที่น่าสนใจ คือ วิหารของวัดมีหลังคาสูงคล้ายวิหารที่วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง และมีเสากลม ตัวเพดานเขีย ลวดลายอย่างสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็น วิหารที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
2. ศาลาการเปรียญ ถือเป็นอาคารสถาปัตยกรรม พม่าผสมไทใหญ่ ที่สวยงามที่สุดในอำเภอขุนยวม และยังมีสภาพ สมบูรณ์ เป็นศาลาชั้นเดียวใต้ถุนสูง ตัวอาคารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ก่อสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีความกว้าง ประมาณ 30 เมตร ยาวประมาณ 25 เมตร หลังคาซ้อนหลายชั้น มีการประดับตกแต่งลวดลายฉลุอย่างสวยงาม บริเวณใต้ถุนศาลาแขวนไว้ด้วยเถาลูกสะบ้า เขียนข้อความ คติเตือนใจ นอกจากนี้ ภายในศาลาการเปรียญยังมีวัตถุ โบราณล้ำค่าอยู่หลายชิ้น เช่น 1) ผ้าม่านเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี ทำจากกำมะหยี่ กว้าง 1.65 เมตร ยาว 3.80 เมตร ประดับด้วยลูกปัดมุกและทับทิมจำนวน164 เม็ด เป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ตอนพระเวสสันดรเสด็จประพาส อุทยาน ทำในประเทศพม่า จากนั้นได้มีผู้ใจบุญนำมาถวาย แด่เจ้าอาวาสวัดต่อแพรูปแรก 2) ตู้พระธรรมซึ่งนำมาจากเมืองมะละแหม่ง แกะสลักอย่างสวยงามจำนวน 2 ใบ 3) ธรรมาสน์โบราณ สร้างในปี พ.ศ.2464 4) พระพุทธรูป เก่าแก่ล้ำค่าหลายองค์ เช่น พระพุทธรูปศิลปะพม่าและไทใหญ่ มีทั้งพระประธาน พระพุทธรูปทรงเครื่อง พระบัวเข็ม ฯลฯ
3. จองซอนหรือศาลาสรงน้ำพระ ซึ่งใช้เป็นที่สรงน้ำพระใน เทศกาลสงกรานต์ของชาวไทใหญ่
4. วัจกุฎี หรือ ถาน ซึ่งก็คือส้วมของพระสงฆ์สมัยโบราณนั่นเอง สร้างขึ้นอย่างสวยงาม มีหลังคาลดชั้น และลวดลายไม้แกะสลัก ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดี
พระครูอนุกูลกัลยาณพจน์
เจ้าอาวาสวัดต่อแพ