loaderimg
image

วัดศรีบุญเรือง ตั้งอยู่ เลขที่ 142 หมู่ 2 ถนนเวียงใหม่ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

วัดศรีบุญเรือง เดิมชื่อว่า “จองหมากแกง” (ภาษาไทใหญ่) เพราะ มีต้นมะขามใหญ่อยู่ทางทิศตะวันตกของศาลาการเปรียญ คำว่า “จอง” หมายถึง วัด ส่วนคำว่า “หมากแกง” หมายถึง ต้นมะขาม

วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2450 ต่อมาสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการ เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดศรีบุญเรือง” และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2480

แม้จะมีพื้นที่ค่อนข้างน้อย แต่วัดศรีบุญเรื่องก็โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์ ความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบพม่าผสมไทใหญ่ โดยเฉพาะศาลาการเปรียญหลังใหญ่ ที่มีลักษณะหลังคาซ้อนกันเป็นชั้นๆ ประดับด้วย “ปานซอย” หรือการฉลุลวดลายลงบนแผ่นโลหะสังกะสี เพื่อตกแต่งชายคาและโครงหลังคาให้มีความอ่อนช้อยสวยงาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงลวดลาย ทางสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่มาหลายร้อยปี ไม้แกะสลักอันประณีต เป็นหลังคาจอง (วัด) ขนาดใหญ่ที่ ใช้เป็นทั้งวิหาร กุฏิ และศาลาการเปรียญ

นอกจากนี้ ทางวัดยังได้จัดให้มีการบรรพชาสามเณร หรือ ปอยส่างลอง ของเยาวชนชาติพันธุ์ เพื่อจะได้ศึกษา วิชาสามัญและพุทธศาสนา โดยมีผู้มีจิตศรัทธาให้การสนับสนุน และบริเวณวัด ยังมีข้อความคติเตือนใจ พุทธภาษิต ติดอยู่ ทั่วไปทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ กลายเป็นธรรมะที่ สามารถเข้าถึงได้ง่าย เปรียบดั่งวัดพูดได้ ให้ผู้มาเยือนได้ฉุกคิด สะกิดใจและนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป

ปูชนียสถาน และปูชนียวัตถุที่สำคัญ

1. พระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมแบบพม่าผสมไทใหญ่ หลังคาและหน้าบันประดับลวดลายฉลุไม้สัก สไตล์กรีกรามัญ หรือเบอร์มีสวิคตอเรียน (Burmese Victorian) ซึ่งพบได้ที่นี่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย สร้างขึ้นปี พ.ศ. 2482 โดยฝีมือช่างชาวพม่า มีขุนจันต๊ะ นางคำแสน ตาวากุล พร้อมครอบครัวร่วมเป็นเจ้าภาพ สร้างถวายเป็นพุทธบูชา โดยมีพระครูอนุสรณ์ศาสนเกียรติ (เส่งปาน) อดีตเจ้าคณะ อำเภอแม่สะเรียงและอดีตเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรืองเป็นผู้ดูแลการก่อสร้าง

ภายในบริเวณฐานชุกชี มีพระพุทธรูปปูนปั้นประดิษฐานอยู่ 5 องค์ ฉากหลังเป็นซุ้มปูนปั้น ขอบนอก เป็นปูนปั้นลอยตัวลงรักปิดทอง ส่วนด้านในประดับกระจกสี อยู่หลังพระพุทธรูปปูนปั้นทั้ง 5 องค์นี้ อันเป็นพระพุทธรูปศิลปะแบบพม่าที่มีลักษณะการผสมผสานความเป็นไทย ด้วยการพาดผ้าสังฆาฏิทับจีวรลงรักปิดทอง ลักษณะของจีวรที่ซ้อนกันเป็นริ้วๆ ปั้นโดยช่างชาวพม่า พระอุโบสถหลังนี้ คณะสงฆ์อำเภอแม่สะเรียงใช้เป็นสถานที่ทำสังฆกรรม ของพระภิกษุสงฆ์ในอำเภอแม่สะเรียง โดยเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2516 พระอุโบสถหลังนี้ได้ใช้เป็นสถานที่ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในคราวที่ทั้งสองพระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรอำเภอแม่สะเรียงและอำเภอใกล้เคียง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2537 คณะสงฆ์จึงได้พิจารณา และแต่งตั้งให้พระครูอนุสรณ์ปัญญาคุณเข้ามาดูแล การบูรณปฏิสังขรณ์อาคารเสนาสนะสำคัญต่างๆ ของวัด ได้มีการ สร้างพระพุทธรูปปูนปั้นทรงเครื่องจักรพรรดิประดับอัญมณี และตกแต่งภายในพระอุโบสถด้วยไม้แกะสลักจากพม่า อย่างสวยงามอีกด้วย

2. ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ สร้างตามแบบศิลปะพม่าผสม ไทใหญ่ มีหลังคาซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นทรงปราสาทสูงสถาปัตยกรรมแบบพม่า 3 หลังติดกัน ใช้เป็นทั้งวิหาร กุฏิ และศาลาการเปรียญ ภายในมีภาพเขียนเรื่องพระเวสสันดรชาดกทั้งหมด 12 กัณฑ์ ฝีมือช่างชาวพม่า ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2460 มีคหบดีชาวไทใหญ่ใน อำเภอแม่สะเรียงร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างถวาย มีพระครูอนุสรณ์ ศาสนเกียรติ (เส่งปาน) อดีตเจ้าคณะอำเภอแม่สะเรียง และ อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง เป็นผู้ดูแลการก่อสร้าง

3. พระพุทธรูปหยกขาว เป็นพระพุทธรูปที่ทำจากหยกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2549 เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชย์ ยาวนานที่สุดในโลก พระหยกขาวมีขนาดความสูง 5 ฟุต 9 นิ้ว ฐานกว้าง 48 นิ้ว แกะสลักจากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า แล้วอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดศรีบุญเรืองแห่งนี้

พระปลัดอัษดิน วิสุทธิจิตโต
เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง

ลักษณะพิเศษ

ให้คะแนนและเขียนรีวิว

Your Rating for this listing

angry
crying
sleeping
smily
cool
Browse

Your review is recommended to be at least 140 characters long

image

แสดงเวลาทำการทั้งหมด
  • วันจันทร์08:00 - 17:00
  • วันอังคาร08:00 - 17:00
  • วันพุธ08:00 - 17:00
  • วันพฤหัส08:00 - 17:00
  • วันศุกร์08:00 - 17:00
  • วันเสาร์08:00 - 17:00
  • วันอาทิตย์08:00 - 17:00
image