วัดดอยแก้ว ตั้งอยู่ เลขที่ 413 หมู่ 1 ต.แม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
วัดดอยแก้ว ขึ้นทะเบียนวัดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันเขียวขจี เมื่อมาถึงทางเข้าวัด ก็ต้องสะดุดตากับโค้งประตูพญานาค 2 ตน ที่มีเกล็ดสีขาวและเหลื่อมมุกอมชมพู หงอนสีเขียวและหงอนสีทอง ลำตัวพาดพันกันเป็นเกลียวทอดยาวหลายเมตร รวมทั้งมังกรทองตัวใหญ่ แลบลิ้นยาวเขี้ยวโง้งดูดุดันน่าเกรงขาม ลำตัวทอดยาวหลายเมตร จนมาถึงส่วนหางที่ตวัดพันรอบเสาเสมาธรรมจักรหน้าซุ้มประตูไม้ ก่อนจะเข้าสู่บริเวณที่ประดิษฐานเจดีย์องค์สีขาวทองของวัดดอยแก้ว ถัดไปไม่ไกลเป็นศาลาการเปรียญหลังใหญ่ รูปแบบสถาปัตยกรรมไทใหญ่ผสมพม่า มีหลังคาซ้อนกันเป็นชั้นๆ โทนแดงเข้มขลัง โดยใช้ประโยชน์ เป็นทั้งวิหาร กุฏิ และศาลาการเปรียญในตัว
ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ
1.เจดีย์องค์สีขาวทอง เป็นศิลปะแบบพม่าผสมไทใหญ่ ตัดเป็นลวดลายต่างๆ อย่างงดงามด้วยสีทอง เหลืองอร่าม บนองค์เจดีย์สีขาวสะอาดตา มีฐานย่อเก็จแบบล้านนาแทรกในเจดีย์ฐานกว้างแบบพม่า แต่ละด้านของเจดีย์มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปประจำทิศ มีเจดีย์องค์เล็กที่มุมทั้งสี่ พร้อมประดับด้วยนรสิงห์ (มนุษย์สิงห์) หม้อดอกปูรณฆฏะ และ สถูปิกะ (เจดีย์จำลอง) ที่ตกแต่งจัดวางตามชั้นฐาน ต่างๆ อย่างสวยงามลงตัว
2. พระพุทธรูปองค์ปฐมทันใจ เป็นพระพุทธรูปปาง มารวิชัยทรงเครื่องจักรพรรดิสีขาวมุก
3. พระมหากัจจายนะ
4. พระอุปคุต ปางจกบาตรหยุดตะวัน อานิสงส์การบูชา พระอุปคุตมหาเถระ จะมีความเป็นสิริมงคล ชุ่มเย็น ป้องกันภัยพิบัติและแคล้วคลาดจากอันตรายและ อุบัติเหตุทั้งหลาย เป็นผู้ชนะมารและศัตรูที่จะมาปองร้าย ทั้ง 10 ทิศ เป็นผู้มีอำนาจวาสนาดี ไม่มีใครข่มเหง รังแก เป็นที่เคารพนับถือและเกรงกลัวของคนทั้งหลาย เป็นผู้มีกินไม่หมด มีโชคลาภอยู่ตลอดเวลา
5. งานประเพณีอุปคุตวัดดอยแก้ว ชาวไทใหญ่นั้นมีวิถีชีวิตผูกพันกับพุทธศาสนาอย่างแนบแน่น ดังปรากฏใน คัมภีร์ไทใหญ่เกี่ยวกับพระอุปคุต หรือ พระอุปคุปต์ (Upagupta) ซึ่งเป็นพระสาวกเกิดหลังพระพุทธเจ้าเสด็จ ปรินิพพานแล้วประมาณ 218 ปี และเชื่อกันว่าปัจจุบันนี้ ท่านยังจำพรรษาอยู่ที่สะดือมหาสมุทร ตามตำนานเล่าว่า สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช มีการจัดงานฉลองพระเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 7 วัน 7 คืน แต่ด้วยความกลัวพญามารจะมาขัดขวาง จึงหาทางป้องกัน พระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระ แนะนำให้ไปนิมนต์พระอุปคุตจากสะดือทะเล มาคุ้มครองงานดังกล่าว ซึ่งขณะทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย พระอุปคุตก็ได้ฉันภัตตาหารและต้องคอยเงยหน้ามองท้องฟ้าตลอดเวลา เพราะต้องระวังพญามารมาก่อกวน ขณะที่ท่านฉันอาหารไปนั้นดวงอาทิตย์ถึงกับหยุด เคลื่อนที่เพื่อรอให้พระอุปคุตฉันภัตตกิจเสร็จก่อน เพื่อที่พญามารจะได้ไม่มีเวลามารบกวน ดังนั้น “อุปคุต” จึงมี ความหมายว่า “ผู้คุ้มครองรักษา” โดยการจัดงานบูชาพระอุปคุต วัดดอยแก้ว ถือได้ว่าเป็นประเพณีสำคัญที่ชาวไทใหญ่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน เพื่อให้ประชาชนได้บูชาสักการะพระอุปคุต มีการจัดเตรียมเครื่องสังฆทาน แล้วบรรจุลงในแพลอยไปในแม่น้า มีการตีฆ้อง กลอง การแสดง ซึ่งแสดงถึงความปีติในการทำบุญ จากนั้นจึงเป็นการฟังเทศน์ฟังธรรมเพื่อกำจัดโมหะ มีจิตรู้แจ้ง เห็นจริง มีปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในชีวิต
6. งานประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชลูกแก้ว งานประเพณีของชาวไทใหญ่ ซึ่งเป็นงานบวชเณรของเด็กที่แต่งตัวอย่างกษัตริย์ ถือเป็นงานบุญใหญ่ที่จะจัดขึ้นทุกปี ช่วงเดือนเมษายน ผู้เป็นพ่อแม่ตลอดจนญาติมิตรของส่างลอง (ผู้ที่จะบวชเป็นเณร) จะต้องเตรียมข้าวของประกอบพิธี และการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยผู้ที่จะบวช จะมีการขี่ช้าง ม้า หรือนั่งบนบ่าโดยไม่ให้เท้าแตะพื้น และมีการแต่งกายประดับประดา เสมือนเป็นกษัตริย์นั่นเอง
พระครูอนุกูลรัตนบรรพต (อานัน อนาลโย)
เจ้าอาวาสวัดดอยแก้ว