วัดก้ำก่อ ตั้งอยู่เลขที่ 98 ถนนขุนลุมประพาส ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
วัดก้ำก่อเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามไม่แพ้วัดอื่น ในรูปแบบศิลปะไทใหญ่ เนื่องจากวัดนี้สร้างขึ้น โดยช่างฝีมือชาวไทใหญ่ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในวัดนี้
คำว่า “ก้ำก่อ” เป็นภาษาไทใหญ่แปลว่า “ดอกบุนนาค” ตามประวัติกล่าวว่า วัดก้ำก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2433 ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 2 ปีขาล จ.ศ. 1252 โดยเจ้าอาวาสรูปแรกของวัด นามว่า “ครูบาเฒ่า” ชาวไทใหญ่ผู้อพยพมาจากเมืองเชียงทอง เป็น ผู้ริเริ่มสร้างวัดนี้ขึ้น ชาวบ้านทั่วไปขนานนามท่านว่า “ตุ๊เจ้าเจียงตอง” เมื่อครั้งที่ครูบาเฒ่าอพยพมาจากเมืองเชียงทองสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น ท่านได้เดินทางมาพบที่ว่างขนาดครึ่งสนามฟุตบอลอยู่ท่ามกลางป่าไม้ล้อมรอบ เมื่อท่านสำรวจดูแล้วคิดว่า น่าจะพอสร้างวัดได้โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่าหรือทำการปรับพื้นที่ใดๆ อีก จึงได้หารือกับชาวบ้านและตัดสินใจสร้างวัดตรงบริเวณนี้ ชาวบ้านต่างก็ช่วยกันหาวัสดุก่อสร้างและลงแรงสร้างวัดนี้ขึ้นมาเอง ตามแบบสถาปัตยกรรมไทใหญ่ การก่อสร้างวัด หรือ จอง ใน ภาษาไทใหญ่ นิยมสร้างอาคารต่างๆ ประกอบด้วย อุโบสถ วิหาร หอฉัน กุฏิสงฆ์ อยู่ติดกันในลักษณะเรือนหมู่แบบคนไทย แต่สร้างหลังคาของอาคารต่างๆ ทรงยอดปราสาทแบบพม่ามอญ เรียกว่า ทรงพญาธาตุ แต่ลดจำนวนชั้นและความซับซ้อนของโครงสร้างลงไป วัดก้ำก่อได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2519
1. ซุ้มประตูทางเข้าศาลาการเปรียญ วัดก้ำก่อมีสิ่งปลูกสร้างที่โดดเด่น คือซุ้มประตูทางเข้าศาลาการเปรียญ หรือที่เรียกว่า “ส่างหว่าง” เป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของศาสนสถานทางพุทธศาสนาในจังหวัดแม่ฮ่องสอนตามแบบสถาปัตยกรรม ไต (ไทใหญ่) ซึ่งจะมีเฉพาะอาคารเสนาสนะของวัดเท่านั้น ไม่มีในอาคารบ้านเรือนของชาวบ้านทั่วไป “ส่างหว่าง” สร้าง ขึ้นในปี พ.ศ. 2484 โดยนายส่วยจึง นางยุ้น ตรีทอง ในสมัยก่อนเมื่อจะเข้าไปในวัด ชาวบ้านจะนิยมถอดรองเท้า ไว้ แล้วเดินเข้าวัดทาง “ส่างหว่าง” เนื่องจากเชื่อกันว่า ถ้าสวมรองเท้าเข้าไปในวัดนอกจากจะไม่เคารพสถานที่แล้ว เวลาเดินออกจากวัดยังมีดินมีทรายติดรองเท้าไปด้วย ถือว่าเป็นบาป นอกจากจะป้องกันไม่ให้นำสิ่งสกปรกหรือสิ่งที่ไม่ดีไม่งามทั้งหลายเข้าไปในวัดแล้ว ขณะเดียวกันก็ยังป้องกันไม่ให้มีอะไรที่เป็นของวัดติดตัวเราออกไปโดยไม่เจตนาด้วย แม้แต่เศษดินเศษทรายที่อาจติดรองเท้าเรานั่นเอง
2. พระประธานปางมารวิชัยของวัด ขนาดหน้าตัก 60 นิ้ว สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชเป็นผู้ประทานให้ เป็นมิ่งขวัญแก่วัดก้ำก่อ ส่วนพระมัณฑะเลย์ ย้ายมาจากอุโบสถหลังวิหารวัดพระนอน จเรหม่องเจ้าศรัทธาและได้นำมาประดิษฐานไว้ที่ วัดก้ำก่อเมื่อขึ้น 13 ค่ำ เดือน 8 พ.ศ. 2509 โดยมีหลวงพ่อกุงหม่า (กมล) กุสโลภิกขุ และ พระมหาบุญรักษ์ สุปญฺโญ ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ นอกจากนี้ยังมีพระสาน อายุเก่าแก่มากกว่า 114 ปี ศรัทธาแม่เฒ่าจางย้อย เช่าบูชามาจากมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า นำมาถวายเป็นองค์ประธาน ณ วัดก้ำก่อ ตั้งแต่เริ่มสร้างวัด อีกทั้งยังมีพระหินอ่อนทรงเครื่อง ศรัทธา คุณบุญชู คุณปริศนา ตรีทอง นำมาจากประเทศพม่า เพื่อถวายวัดถ้ำก่อ เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2533 ส่วน ธรรมาสน์เก่าแก่ ศรัทธาพ่อเฒ่าจองติยะ นางโหย่ง ได้ ถวายเมื่อเริ่มสร้างวัด รวมอายุมากกว่า 114 ปี และพระหินดำ ศิลปกรรมจากอังวะ (เอว่า) เช่ามาจากร้านขายของเก่า บริสุทธิ์แอนติก อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2539
นอกจากนี้ภายในวัดยังมีอาคารเสนาสนะอื่นๆ อาทิ อุโบสถ ซึ่งเป็นรูปแบบผสมผสานศิลปะไทใหญ่และพม่า สร้างขึ้นเมื่อ 8 มกราคม พ.ศ.2533 ศาลาหลวงปู่โต เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และรูป เหมือนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ศาลาปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน สามารถจุผู้ปฏิบัติธรรม ได้ไม่น้อยกว่าครั้งละ 100 คน สร้างเมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2519 ศาลาสุวรรณสมบูรณ์ สร้างขึ้นเมื่อ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2516 และกุฏิรับรองหลังใหญ่ สามารถรองรับผู้มาเยือนได้ครั้งละไม่น้อยกว่า 50 คน เป็นต้น
พระครูอนุศาสน์สุตคุณ (นิยม ปญฺญาวโร)
เจ้าอาวาสวัดก้ำก่อ