วัดน้ำฮู ตั้งอยู่บ้านน้ำฮู เลขที่ 20 หมู่ 5 ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
วัดน้ำฮู เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองปาย ตั้งอยู่ห่างจาก อำเภอไปทางโรงพยาบาลปายประมาณ 3 กม. ความเป็นมาของวัดน้ำฮูนั้น ไม่มีประวัติบันทึกการสร้างอย่างชัดเจน สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พร้อมกับสถูปเจดีย์หลังวิหารซึ่งรกร้างมานาน ในปี พ.ศ.2468 ผู้ใหญ่ทอนและนายเห็งพงษ์ พงษ์คำเต็ม พร้อมด้วยชาวบ้านน้ำฮู ได้สร้างศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งอยู่โคนไม้ พร้อมด้วยซากปรักหักพังของเจดีย์ ในปี 2474 ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย ได้นำคณะศิษยานุศิษย์ธุดงค์ มายัง อ.ปาย ได้เห็นสภาพทรุดโทรมของวัด พร้อมสถูปเจดีย์รกร้าง หลังวิหาร และได้พบพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยเชียงแสน แบบสิงห์สาม ปางมารวิชัย ประดิษฐานอยู่ในศาลาหลังเก่า ซึ่งทรุดโทรมมาก จึงได้ทำการบูรณะ และสร้างวิหารขึ้นมา 1 หลัง สำหรับเป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์นี้ พร้อมกับบูรณะเจดีย์ขึ้นอีก 1 องค์ ด้านหลังวิหาร ต่อมา พ.ศ. 2517 จึงได้มีการตั้ง ชื่อพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวว่า “หลวงพ่ออุ่นเมือง”
ชื่อวัดแห่งนี้มาจากปรากฏการณ์ “น้ำออกรู” หรือ “น้ำฮู” เพราะมีน้ำไหลซึมออกมาจากโพรงด้านในพระเศียร “หลวงพ่ออุ่นเมือง” นั่นเอง เรื่องราวของหลวงพ่ออุ่นเมืององค์นี้เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ โดยมีเรื่องเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 2515 มีพระธุดงค์จากต่างจังหวัดมาพักที่วัด ได้สังเกตเห็นพระพักตร์ของพระพุทธรูปเป็นโพรง พระโมฟี (มวยผม) ถอดได้ และในโพรงนั้นมีน้ำขังอยู่เต็ม จึงสอบถามชาวบ้านและเจ้าอาวาส ก็ไม่มีใครทราบมาก่อน เรื่องนี้เป็นที่ร่ำลือกันมาก แต่ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ความจริง จนปี พ.ศ. 2516 ร.อ.ประเสริฐ เรียมศรี นายอำเภอปาย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการอำเภอปาย ได้ร่วมทำการอธิษฐาน ขอพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยความร่วมมือจากเจ้าอาวาสและ ศรัทธา ได้ตักน้ำออกจากพระเศียรจนหมด แล้วใช้สำลีเช็ด จนแห้งสนิท ทำการปิดพระเศียรผูกเชือกประทับตราครั่ง ปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ห้ามคนเข้าออกเป็นเวลา 5 วัน เมื่อครบกำหนดได้ทำการเปิดต่อหน้าคณะทำการพิสูจน์ชุดเดิม ปรากฏว่ามีน้ำขังอยู่ในเศียรของหลวงพ่ออุ่นเมืองจริงตามคำร่ำลือ นับเป็นเรื่องอัศจรรย์จนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ ช่วยรักษาโรคภัยให้คนหายป่วยได้ ตั้งแต่นั้นมา ข่าวคราวความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่ออุ่นเมืองก็โด่งดังไปทั่วประเทศ ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่าง หลั่งไหลมากราบไหว้สักการะกันอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นปรากฏการณ์อัศจรรย์แห่งเมืองปาย ที่ไม่ควรพลาดจนถึงทุกวันนี้
ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ
1. พระอุ่นเมือง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองปาย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนแบบสิงห์สาม (ศิลปะล้านนา) ปางมารวิชัย ทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ หน้า ตักกว้าง 24 นิ้ว สูง 30 นิ้ว อายุประมาณ 500 ปี มีลักษณะพิเศษคือ พระเศียรกลวง พระโมสามารถเปิดปิดได้ และมีน้ำซึมออกมาอยู่เสมอ ประวัติการสร้างไม่แน่นอน แต่สันนิษฐานว่าสร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะในอดีตทรงใช้เส้นทางแถบนี้ในการเดินทัพไปทำศึกกับพม่า ส่วนการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ เชื่อว่าเพื่อเป็นพระราชกุศลถวายแด่สมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ซึ่งได้เสด็จไปเป็นตัวประกันที่พม่า แทนพระองค์ แต่ต่อมาได้ถูกปลงพระชนม์ที่พม่านั่นเอง
2. พระเจดีย์พระสุพรรณกัลยา เป็นเจดีย์สีทองอร่าม ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร มีตำนานการเสี่ยงทายหาตำแหน่งที่ตั้งพระเจดีย์โดยสมเด็จพระนเรศวรที่นี่ เพื่อสร้างพระเจดีย์บรรจุพระอัฐิและเส้นพระเกศา ของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ส่วนด้านหน้ามีบึงน้ำและศาลากลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระเอกาทศรถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระรูปสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา สำหรับประชาชนได้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต
พระปลัดอมร จนฺทปญฺโญ
เจ้าอาวาสวัดน้ำฮู