วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่บ้านเจ็ดยอด เลขที่ 490 หมู่ที่ 2 ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
วัดเจ็ดยอด หรือ วัดเจดีย์เจ็ดยอด ชื่อที่คนทั่วไปเรียกขานตามลักษณะเครื่องยอดบนหลังคาพระวิหารโบราณ ที่ปรากฏมาแต่เดิม ซึ่งก่อสร้างเป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีเจ็ดยอดด้วยกัน ถือเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มากว่า 500 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1999 เป็นวัดโบราณที่พระเจ้าติโลกราช พระราชาธิบดีองค์ที่ 9 แห่ง
ราชวงศ์มังราย โปรดฯ ให้หมื่นด้ามพร้าคด หรือ สีหโคตเสนาบดี เป็นนายช่างทำการก่อสร้าง โดยจำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย พร้อมทั้งสร้างสัตตมหาสถาน สถานอันเสวยวิมุติสุขของ พระพุทธเจ้าหลังตรัสรู้ทั้ง 7 สัปดาห์ด้วย อีกทั้งโปรดฯ ให้นิมนต์พระมหาเถระชื่อพระอุตตมปัญญา มาสถิตเป็นอธิบดีสงฆ์องค์แรก ณ พระอารามแห่งนี้ ซึ่งท่านก็ได้เทศนาแก่พระเจ้าติโลกราชจนเกิด ความศรัทธา และเชื่อในเรื่องอานิสงส์การปลูกต้นโพธิ์ ในเวลาต่อมา ช่วงปี พ.ศ. 2020 พระเจ้าติโลกราชได้โปรดฯ ให้มีการทำสังคายนา ชำระพระไตรปิฎกขึ้นที่วัดเจ็ดยอด โดยอาราธนาพระเถระผู้แตกฉานในพระไตรปิฎกจากทั่วแคว้นแดนล้านนากว่า 100 รูป มาร่วม ประชุมทำสังคายนาในครั้งนั้น นับเป็นการประชุมครั้งสำคัญ ที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทยเป็นครั้งแรก และเป็นครั้งที่ 8 ของโลก การประชุมครั้งนั้นใช้เวลา 1 ปี จึงสำเร็จ เรียกได้ว่า เป็นการชำระตรวจสอบความถูกต้องโดยใช้ตัวอักษรธรรมล้านนา จารึกเป็นภาษาพระไตรปิฎกขึ้นเป็นครั้งแรก ณ วัดเจ็ดยอด แห่งนี้ โดยมีพระธรรมทินมหาเถระเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระเจ้าติโลกราชเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์
วัดเจ็ดยอด หรือชื่อทางการคือ “วัดโพธารามมหาวิหาร” ตามประวัติในสมัยสมเด็จพระเจ้าติโลกราชได้ทรงสดับพระ ธรรมเทศนาจากสำนักพระภิกษุสีหล (ศรีลังกา) เรื่องอานิสงส์การปลูกต้นโพธิ์และเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงโปรดฯ ให้ แบ่งหน่อมหาโพธิ์เดิมที่พระภิกษุสีหลนำมาจากศรีลังกา แล้วเอาไปปลูกในอารามป่าแดงหลวงเชิงดอยสุเทพ นำมาปลูกในวัดนี้ จึงขนานนามวัดนี้ว่า “วัดโพธาราม” หรือ วัดโพธาราม มหาวิหาร”
เมื่อพระเจ้าติโลกราชสวรรคตในปี พ.ศ. 2030 พระยอดเชียงราย ราชนัดดาได้สืบราชสมบัติแทน พระองค์โปรดฯ ให้ สร้างจิตกาธาน (เชิงตะกอน) ขึ้นที่วัดนี้เพื่อเป็นฌาปนสถาน ถวายพระเพลิงพระศพของพระอัยกาธิราช แล้วโปรดฯ ให้ สร้างพระสถูปใหญ่เพื่อบรรจุพระอัฐิและพระอังคารธาตุของพระเจ้าติโลกราชไว้ภายใน สถูปนี้ก่ออิฐถือปูน ทรงมณฑป สี่เหลี่ยมย่อมุม มีซุ้มคูหาเป็นจตุรมุข หลังคาทรงบัวกลม ส่วนเครื่องยอดต่อขึ้นไป ก่อเป็นสถูปทรงระฆังกลม ซุ้มคูหา ด้านทิศตะวันออกฝังเข้าไปในตัวมณฑป เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรปูนปั้นปางมารวิชัย 1 องค์
วัดเจ็ดยอด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 1998 ส่วนด้านการศึกษา ทางวัดมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2539
ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ
1. พระมหาเจดีย์เจ็ดยอด หรือ มหาเจดีย์พุทธคยา ถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดนักษัตรปีมะเส็ง ตามคติของชาวล้านนา ซึ่งความจริงต้องไปไหว้กันถึงมหาโพธิวิหาร เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย แต่เนื่องจากอยู่ไกลเกินไปจึงกำหนดให้ พระเจดีย์เจ็ดยอด ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน เป็นพระธาตุประจำ ปีเกิดมะเส็งแทน
โบราณสถานแห่งนี้เป็นอาคารชนิดเครื่องก่อ ใช้ศิลาแลงทำโครงสร้าง ลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งขนานไป ตามทิศตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนหน้าของอาคารสันนิษฐานว่า เป็นมุขโถงต่อออกไปข้างหน้า เปิดเป็นทางเข้าออก ตัวอาคารก่อผนังทึบ ล้อม 3 ด้าน เว้นด้านหน้า เชิงผนังตอนในสุดก่อแท่นแก้ว ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาพระประธานประจำวิหาร กลางฝาผนังด้านข้างในห้องโถงเจาะเป็นช่องแคบๆ มี บันไดทอดตัวขึ้นไปด้านบนสู่หลังคาพระเจดีย์ ซึ่งเป็นหลังคาทรงตัด ลักษณะคล้ายดาดฟ้าทั่วไป พื้นที่บนนี้เป็นที่ตั้งของปรางค์ยอดเจดีย์แบบพุทธคยาในอินเดีย จำนวนเจ็ดองค์ด้วยกัน นอกจากนี้ภายนอกพระเจดีย์ ยังปรากฏลวดลายปูนปั้น ชั้นครูระดับเอก ลวดลายต่างๆ ที่ปรากฏ ยังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าแห่งภูมิปัญญาอันปราดเปรื่อง และความสามารถในการสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์ของผู้สร้าง สื่อความหมายในทางพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี
2. พระสถูปเจดีย์พระเจ้าติโลกราช พระสถูปองค์นี้พระเจ้ายอดเชียงรายกษัตริย์องค์ที่ 10 แห่งราชวงศ์มังราย พระราช นัดดาของพระเจ้าติโลกราช โปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระเจ้าติโลกราช เมื่อปี พ.ศ. 2031 ลักษณะทางสถาปัตยกรรม เป็นชนิดก่ออิฐถือปูน รูปทรงมณฑป สี่เหลี่ยมย่อมุม มีซุ้มคูหาเป็นจตุรมุข หลังคาทรงบัวคลุ่ม ส่วนเครื่องยอดต่อขึ้นไปก่อเป็นพระสถูปทรงระฆังอย่างเจดีย์สีหล ซุ้มคูหาด้านนอกทิศตะวันออก ทำลึกเข้าไปในตัวมณฑป ประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรปูนปั้นองค์หนึ่ง ปางมารวิชัย กล่าวกันว่าเป็นพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์พระเจ้าติโลกราช
3. ปฐมโพธิบัลลังก์ พระเจ้าติโลกราชผู้สร้างวัด ทรงให้นำต้นโพธิ์จากลังกามาปลูก พร้อมทั้งจำลองสัตตมหาสถาน คือสถานที่ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าได้เสวยวิมุตติสุขก่อนเผยแผ่พุทธศาสนา หนึ่งในนั้นคือ ปฐมโพธิบัลลังก์ หรือต้นโพธิ์ที่ ประทับตรัสรู้ พระองค์ทรงตั้งวิริยอธิษฐานปฏิญาณพระองค์ว่า “ตราบใดที่ยังไม่บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เพียงใดก็จะไม่ลุกขึ้นเพียงนั้น แม้มังสะและโลหิตจะเหือดแห้งสูญสิ้นไป จะคงเหลืออยู่แต่หนังเส้นเอ็นก็ตามทีเถิด”
พระเทพปริยัติ (สอาด ขนติโก)
ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค
เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง