loaderimg
image

วัดสวนดอก พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 139 ถ.สุเทพ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

วัดสวนดอก หรือ วัดบุปผาราม สร้างเมื่อ พ.ศ. 1962 ภายในเวียงสวนดอก ซึ่งเป็นเขตพระราชอุทยานในสมัยราชวงศ์มังราย ปี พ.ศ. 1914 (อ้างอิงจาก หนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ ของ พระรัตนปัญญาเถระ) พญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์มังราย ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นพระอารามหลวง เพื่อใช้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาสุมนเถระ ผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนานิกายลังกาวงศ์แบบสุโขทัยในดินแดนล้านนา และยังได้สร้างพระเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 1 ใน 2 องค์ ที่พระมหาสุมนเถระอัญเชิญมาจากสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 1912

เรื่องเล่าปาฏิหาริย์ของพระบรมสารีริกธาตุ ปี พ.ศ. 1916 ขณะที่พญากือนาให้คนงานขุดฐานองค์พระเจดีย์ ที่จะสร้างใหม่ในวัดบุปผารามนั้น พระมหาสุมนเถระได้นำพระบรมธาตุที่ท่านนำติดตัวมาจากเมืองปางจา ออกมาวางในถาดทองคำเพื่อสรงน้ำและให้พญากือนาถวายสักการะ เมื่อสักการะเรียบร้อยแล้ว พระมหาสุมนเถระและพญากือนาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพระบรมธาตุแยกออกเป็น 2 องค์ มีขนาดใกล้เคียงกัน จึงอัญเชิญพระบรมธาตุองค์หนึ่ง บรรจุไว้ในพระเจดีย์ ส่วนอีกองค์หนึ่งบรรจุไว้ในโกศทองคำ แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนหลังช้างเผือกมงคล เพื่อเสี่ยงทาย หาที่ประดิษฐานอีกแห่งหนึ่ง ช้างเผือกมงคลได้นำพระบรมธาตุขึ้นสู่ยอดเขาสุเทวบรรพต พญากือนาจึงให้คนงานขุดยอดเขาแห่งนั้นเพื่อก่อพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ ปัจจุบันก็คือพระธาตุดอยสุเทพนั่นเอง วัดสวนดอกกับวัดพระธาตุดอยสุเทพ จึงเปรียบเสมือนวัดพี่วัดน้องกัน

ในสมัยราชวงศ์มังราย วัดสวนดอกเจริญรุ่งเรืองมาก แต่หลังจากสิ้นราชวงศ์มังราย บ้านเมืองก็ระส่ำระสาย ตกอยู่ภาย ใต้การปกครองของพม่า เกิดจลาจลวุ่นวาย วัดนี้จึงกลายสภาพเป็นวัดร้าง กระทั่งได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่อีกครั้ง ในรัชสมัยพระเจ้ากาวิละแห่งราชวงศ์ทิพย์จักร และได้รับการทำนุบำรุงจากเจ้านายฝ่ายเหนือ และประชาชนชาวเชียงใหม่มาโดยตลอด

วัดสวนดอกได้รับการบูรณะครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 เจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญ รวบรวม พระอัฐิเจ้านครเชียงใหม่และพระประยูรญาติมาประดิษฐานรวมกัน ต่อมา พ.ศ. 2474 เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย ร่วมกับเจ้าดารารัศมี ได้ไปนิมนต์ครูบาศรีวิชัยมาช่วยฟื้นฟูบูรณะอีกครั้ง เจ้าดารารัศมีทรงให้ย้ายกู่หรือสถูปเจ้านายฝ่ายเหนือ จากตรอกข่วงเมรุ (ปัจจุบันคือตลาดวโรรส) มาไว้ที่วัดแห่งนี้ เพราะเป็นพระอารามที่กษัตริย์ล้านนาสร้างขึ้น และยังเป็นที่ตั้งกู่บรรจุอัฐิของเจ้านายฝ่ายเหนือตระกูล ณ เชียงใหม่ กล่าวกันว่า พระอัฐิของเจ้าดารารัศมีส่วนหนึ่งก็ประดิษฐานอยู่ ณ สุสานแห่งนี้ด้วย

วัดสวนดอก ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 1962 ส่วนด้านการศึกษา ทางวัดได้จัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและแผนกบาลีขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2553 รวมทั้งยังมี โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาด้วย

ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ

1. พระเจดีย์ใหญ่วัดสวนดอก ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ได้รับอิทธิพลจากศิลปะ ลังกาวงศ์ผสมล้านนา องค์ระฆังมีขนาดใหญ่ มีบัลลังก์รูปสี่เหลี่ยม โดยส่วนล่างที่รองรับองค์ระฆังมีลักษณะเป็นฐานซ้อนลดหลั่นกันหลายชั้น มีพระพุทธรูปยืนประดิษฐานบนฐานทักษิณสูง มีซุ้มประตูสี่ทิศ และมีบริวารโดยรอบ พระเจดีย์ใหญ่สูง 24 วา องค์นี้ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นปี พ.ศ. 1914 สมัยพญากือนา แต่เดิมมีเจดีย์แบบสุโขทัย (ทรงพุ่ม ข้าวบิณฑ์) อีกองค์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกขององค์พระเจดีย์ใหญ่ แต่ปัจจุบันได้เสื่อมทรุดพังลงตามกาลเวลา

2. พระเจ้าเก้าตื้อ เป็นพระประธานประจำพระอุโบสถ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หนัก 9 โกฏิตำลึง (“ตื้อ” เป็น ภาษาเหนือแปลว่า หนักพันชั่ง) พระเมืองแก้ว กษัตริย์องค์ที่ 11 แห่ง ราชวงศ์มังราย โปรดฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2047 เป็นพระพุทธรูปแบบเชียงแสน ฝีมือช่างล้านนาและสุโขทัย โดยเศียรเป็นแบบศิลปะสุโขทัย แต่องค์พระมีรูปทรงอวบอ้วนตามแบบศิลปะล้านนา หน้าตักกว้าง 8 ศอก หรือ 3 เมตร สูง 4.70 เมตร เดิมทีจะนำไปประดิษฐานเป็นองค์พระประธานในวัดพระสิงห์ แต่เนื่องจากมีน้ำหนักมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ พระเมืองแก้วจึงได้อุทิศถวายเรือนหลวงของพระองค์ให้สร้างเป็นพระอาราม แล้วพระราชทานชื่อว่า “วัดเก้าตื้อ” เป็นที่ประดิษฐานแทน ภายหลังได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยครูบาศรีวิชัย ในปี พ.ศ. 2475

3. วิหารหลวง เป็นวิหารขนาดใหญ่เปิดโล่งทั้งสี่ด้าน หลังคาลาดต่ำ เดิมเป็นเรือนหลวงของพระเมืองแก้ว มีการบูรณะ ในสมัยครูบาศรีวิชัย มี “ปีเปิ้ง” หรือสัตว์ประจำปีเกิดปีขาลของท่านครูบา ซึ่งเป็นรูปเสือประดับอยู่ที่หน้าบันขนาดใหญ่ ของวิหาร ประดับด้วยลายลูกไม้แกะสลักอย่างประณีตงดงาม ด้านในมีพระพุทธปฏิมาค่าคิง และพระยืนอยู่ด้านหลังหันหลังชนกัน ด้านหน้าของพระยืน มีแบบจำลององค์เจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุต่างๆ ประดิษฐานอยู่ด้วย พระประธานประจำวิหารหลวง (พระเจ้าค่าคิง) สร้างขึ้นในสมัยพญากือนา พ.ศ. 1916 หล่อด้วยทองสำริด ขนาดเท่าพระวรกายของพญากือนา ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 2.50 เมตร เรียกชื่อตามภาษาถิ่นล้านนาว่า “พระเจ้าค่าคิง”

4. กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับพระเจดีย์ใหญ่ สร้างขึ้น พ.ศ. 2450 โดยเจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นเจ้านายฝ่ายเหนือในราชตระกูล ณ เชียงใหม่

พระราชรัชมุนี (นิมิต สิขรสุวณโณ)
รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่
เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง

ลักษณะพิเศษ

ให้คะแนนและเขียนรีวิว

Your Rating for this listing

angry
crying
sleeping
smily
cool
Browse

Your review is recommended to be at least 140 characters long

image

แสดงเวลาทำการทั้งหมด
  • วันจันทร์08:00 - 17:00
  • วันอังคาร08:00 - 17:00
  • วันพุธ08:00 - 17:00
  • วันพฤหัส08:00 - 17:00
  • วันศุกร์08:00 - 17:00
  • วันเสาร์08:00 - 17:00
  • วันอาทิตย์08:00 - 17:00
image