วัดจามเทวี ตั้งอยู่ ถ.จามเทวี หมู่ 5 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
วัดจามเทวี เดิมชื่อ วัดสังฆาราม แต่ชาวบ้านนิยมเรียก วัดกู่กุด ตั้งอยู่บนถนนจามเทวี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญมากทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
วัดจามเทวี สร้างเมื่อ พ.ศ.1206 โดยพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์เมืองหริภุญชัย เมื่อพระองค์มีพระชนมายุ 60 พรรษา ได้สละราชสมบัติ และบวชบำเพ็ญพรตอยู่ ณ วัดจามเทวี จนถึง พ.ศ.1236 พระองค์ทรงสวรรคต พระเจ้ามหันตยศ พระราชโอรส ได้ถวายพระเพลิงพระสรีระ แล้วโปรดให้สร้างเจดีย์เหลี่ยมเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระนางจามเทวี ต่อมา วัดจามเทวีได้ร้างไป จนกระทั่ง พ.ศ. 2465 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเจ้าจอมมารดาชุ่ม) เสด็จประพาสภาคเหนือ ทรงสำรวจโบราณสถานของวัด ทรงปรารภว่า พระนางจามเทวีทรงสร้างวัดนี้ขึ้น จึงทรงโปรดให้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดจามเทวี ต่อมา พ.ศ. 2475 พลตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครหริภุญชัยองค์สุดท้าย ได้อาราธนาครูบาศรีวิชัยมาบูรณะวัดขึ้นใหม่ ให้มีพระสงฆ์และสามเณรจำวัด วัดจามเทวีจึงได้กลับมารุ่งเรืองมาจนถึง ปัจจุบัน วัดจามเทวีได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2480 มีเนื้อที่ 12 ไร่ 1 งาน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย โบราณสถานภายในวัดจามเทวีเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำพูนและพุทธศาสนิกชนทั่วไป อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ
1. พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ บ้างก็เรียก พระเจดีย์จามเทวี หรือชื่อที่รู้จักกันดีคือ เจดีย์กู่กุด หรือ เจดีย์กู่กุฎ หรือ เจดีย์ มหาพล ที่เรียกกู่กุด เพราะมีส่วนยอดหลุดหรือหักกลายเป็นเจดีย์ยอดด้วน ส่วนมหาพลเป็นชื่ออดีตที่ตั้งของวัดนี้ เจดีย์องค์นี้มีลักษณะสี่เหลี่ยมทรงปราสาทแบบหริภุญชัย เคยมียอด จึงเรียกทรงปราสาทยอดได้ด้วย มีลักษณะแปลกแตกต่างไปจากเจดีย์ทรงปราสาทในศิลปะล้านนาและศิลปะขอม คือนับจากส่วนฐานทรงสี่เหลี่ยมมาเป็นเรือนธาตุทรง สี่เหลี่ยมเช่นกัน ตั้งซ้อนกันลดขนาดเป็นลำดับขึ้นไป 5 ชั้น แต่ละชั้นมีเจดีย์ประดับทิศทั้งสี่ และด้านทั้งสี่ของแต่ละชั้นมีพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่ในซุ้มจระนำ ด้านละ 15 องค์ รวม 60 องค์ เจดีย์องค์นี้เคยมียอดหุ้มด้วยทอง ซึ่งยอดแหลมที่หักหายคงเป็นกรวยเหลี่ยม ภายในพระเจดีย์บรรจุพระอัฐิของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย ถือเป็นงานสถาปัตยกรรมแบบหริภุญชัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง บางครั้งก็เรียกเจดีย์ทรงนี้ว่า เจดีย์ทรงขัตติยะนารี
2. เจดีย์แปดเหลี่ยม หรือ รัตนเจดีย์ เป็นเจดีย์ขนาดเล็ก ทรงปราสาทแบบหริภุญชัย 8 เหลี่ยม ด้านทั้งแปดของเรือนธาตุเจดีย์องค์นี้ ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนไว้ในซุ้มจระนำ เหนือเรือนธาตุเป็นหลังคาซ้อนชั้นลดหลั่นขึ้นรับทรงระฆัง เหนือขึ้นไปเป็นยอดที่หักหายไปแล้ว เจดีย์ลักษณะนี้พบแพร่หลายทางภาคกลางด้วยเช่นกัน เช่น วัดพระแก้ว จังหวัดชัยนาท วัดพระรูป จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น
3. วิหารวัดจามเทวี ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรงดงาม และประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยซึ่งเป็นองค์ พระประธาน ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีพุทธศาสนิกชน แวะเวียนมาสักการบูชากันอย่างไม่ขาดสาย
4. กู่ที่บรรจุอัฐิครูบาเจ้าศรีวิชัย ครูบาเจ้าศรีวิชัยกำเนิดที่บ้านปาง ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เมื่อวันอังคารที่ 11 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2421 ขึ้นปีขาล บิดาชื่อนายควาย มารดาชื่อนางอุษา เดิมท่านมีชื่อว่าฟ้าร้อง อินเฟือน อาศัย เหตุขณะที่ท่านเกิดมีเสียงฟ้าร้องฟ้าคะนองเสียงดังกัมปนาท และแผ่นดินไหว อายุ 17 ปีบรรพชาเป็นสามเณร ได้นามว่า สามเณรศรีวิชัย พ.ศ 2441 อุปสมบท ณ อุโบสถวัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ได้ฉายาว่าสิริวิชโย พ.ศ. 2479 เป็นประธานบูรณะวัดจามเทวี ซึ่งเป็นวัดร้าง ให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่ประจำ ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 ณ วัดบ้านปาง รวมสิริอายุ 60 ปีบริบูรณ์ พระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ 2489 ณ วัดจามเทวี นำอัฐิบรรจุไว้ ณ กู่ครูบาเจ้าศรีวิชัย ที่วัดจามเทวี ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490
พระครูนิวิฐธรรมโชติ (ประดิษฐ์ ปภสสโร)
เจ้าอาวาสวัดจามเทวี