loaderimg
image

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ดอยปุย เลขที่ 9 หมู่ที่ 9 ถ.ศรีวิชัย ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

ดอยสุเทพ เดิมทีเรียกกันหลายชื่อ เช่น อุจฉุบรรพต ดอยอ้อยช้าง และดอยกาละ สาเหตุที่ชื่อ “วัดพระธาตุดอยสุเทพ” ตามตำนานเล่าว่า มีฤๅษีตนหนึ่งชื่อ วาสุเทพ หรือ สุเทวฤๅษี (เชื่อกันว่ามีตัวตนจริง เพราะเป็นผู้สร้างนครหริภุญชัย เมื่อ พ.ศ. 1204 : อ้างอิงตามชินกาลมาลีปกรณ์) มาบำเพ็ญตบะอยู่บนเขาลูกนี้ ผู้คนจึงพากันเรียกชื่อตามชื่อฤๅษีตนนั้น
ตามประวัติศาสตร์อีกด้านหนึ่งกล่าวว่า พ.ศ. 1919 พญากือนา (พญาธรรมิกราช) กษัตริย์ราชวงศ์มังราย ลำดับที่ 6 ได้นิมนต์พระมหาสุมนเถระจากเมืองปางจา (อยู่ระหว่างกรุงสุโขทัยกับเมืองศรีสัชนาลัย) โดยได้นำพระบรมสารีริกธาตุหรือพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้ามาด้วย และจัดพิธีสักการะ แต่เกิดปาฏิหาริย์พระธาตุลอยขึ้นเหนือน้ำ แยกเป็นสององค์ พญากือนาได้นำองค์หนึ่งประดิษฐานไว้ ณ วัดสวนดอก ส่วนอีกองค์หนึ่งได้อัญเชิญบรรจุในผอบ ก่อนนำขึ้นหลังช้างมงคล และอธิษฐานเสี่ยงทายว่า หากพระบรมธาตุประสงค์จะสถิตอยู่ ณ ที่ใดก็ขอให้ช้างมงคลหยุดอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
ในที่สุดช้างมงคลก็เดินไต่เขาไปจนถึงยอดดอยวาสุเทพบรรพต แล้วก็ร้องเสียงก้องกังวานไปทั่วเขา จากนั้นเดินประทักษิณ 3 รอบ แล้วคุกเข่าหมอบลง แต่หลังจากอาราธนาพระบรมธาตุลงจากหลังแล้ว ช้างมงคลก็ล้มลง สิ้นใจในทันที อันหมายถึงจะไม่ยอมเป็นพาหนะของผู้ใดอีก พญากือนาจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดดินลึก 3 ศอก เอาแท่นหินใหญ่ 7 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมธาตุลงประดิษฐาน ก่อนถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น ด้วยเหตุนี้จึงห้ามมิให้พุทธศาสนิกชนสวมรองเท้าขณะเข้านมัสการบริเวณพระบรมธาตุ และห้ามมิให้สุภาพสตรีเข้าไปบริเวณนั้นเด็ดขาด

วัดพระธาตุดอยสุเทพ ได้รับการดูแลจากกษัตริย์ราชวงศ์มังรายทุกพระองค์ มีการก่อสร้างบูรณะเสนาสนะและพระบรมธาตุ ตามลำดับสืบมา ในฐานะปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่ ดังนี้

พ.ศ. 2081 พระเมืองเกษเกล้า ได้โปรดฯ นิมนต์พระมหาญาณ มงคลโพธิ์ วัดอโศการาม (วัดรมณียาราม) เมืองลำพูน ให้สร้างเสริมพระเจดีย์ให้สูงกว่าเดิม เป็นกว้าง 12 ศอก สูง 44 ศอก พร้อมทั้งให้ช่างนำทองคำทำเป็นรูปดอกบัวทองใส่บนยอดเจดีย์ ต่อมาท้าวซายคำโปรดฯ ให้ตีทองคำเป็นทองจังโกหุ้มองค์พระเจดีย์

พ.ศ. 2085 พระมหาญาณมงคลโพธิ์ วัดอโศการาม เมืองลำพูน สร้างพระวิหารทิศตะวันตก ตะวันออก พร้อมระเบียงล้อมพระบรมธาตุ

พ.ศ. 2331 พระเจ้ากาวิละ เจ้าอุปราช (เจ้าธัมมลังกา) และ เจ้ารัตนะหัวเมืองแก้ว (เจ้าคำฝั้น) ร่วมกันสร้างฉัตร และยก ฉัตรพระธาตุดอยสุเทพ

พ.ศ. 2348 พระเจ้ากาวิละสร้างพระวิหารทิศตะวันตกขึ้นใหม่ พร้อมยกฉัตรพระธาตุดอยสุเทพขึ้นใหม่ ต่อมาฟ้าผ่าใส่ฉัตรพระบรมธาตุ ใส่ลูกแก้วยอดฉัตรใหม่ พ.ศ.2349 ได้สร้างพระวิหารทิศตะวันออกขึ้นใหม่ และจัดพิธีฉลองสมโภช

พ.ศ. 2416 พระเจ้าอินทวิชยานนท์ สร้างพระวิหารขึ้นใหม่ ฉลองเบิกบายศรี เมื่อ พ.ศ. 2419

พ.ศ. 2463 ครูบาศรีวิชัย ได้มาบูรณะวัดพระธาตุดอยสุเทพ และได้บูรณะพระอุโบสถ

พ.ศ. 2475 เจ้าแก้วนวรัฐ ได้นิมนต์ครูบาเถิ้ม (โสภา โสภโณ) วัดแสนฝาง ให้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ

พ.ศ. 2477 – 2478 ครูบาศรีวิชัย ได้สร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งภายหลังเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1004 เมื่อสร้างเสร็จใหม่ ๆ มีชื่อว่า ถนนดอยสุเทพ ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น ถนนศรีวิชัย เพื่อเป็นเกียรติแก่ครูบาศรีวิชัย

พ.ศ. 2494 ได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นวัดราษฎร์ จากกรมการศาสนา ชื่อ วัดพระธาตุดอยสุเทพ

พ.ศ. 2547 – 2553 วัดพระธาตุดอยสุเทพและกรมศิลปากร ได้ร่วมกันบูรณะครั้งใหญ่ ทั้งองค์พระธาตุและปรับปรุงภูมิทัศน์ทั้งหมด

พ.ศ. 2560 ได้รับการยกฐานะจากวัดราษฎร์ ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ชื่อว่า วัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2010

ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ

1. เจดีย์พระธาตุดอยสุเทพ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า สร้างตามแบบศิลปะล้านนา เป็นเจดีย์ทรงเชียงแสน ฐานสูง ย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยม ปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้น โดยพระบรมสารีริกธาตุได้ถูกบรรจุไว้ใต้ดินตามธรรมเนียมการสร้างพระธาตุสมัยก่อน เพื่อให้เป็นเสาหลักเมืองเชียงใหม่ด้วย นอกจากนี้ พระธาตุดอยสุเทพยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดนักษัตรมะแม (แพะ) เนื่องจากพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ เจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่ องค์ที่ 6 (พ.ศ. 2399 – 2413) เกิดปีมะแม

รอบองค์พระธาตุดอยสุเทพ ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 5 ประการ ได้แก่

1) ฉัตร 4 มุม ทำด้วยทองเหลือง สร้างโดยพระเจ้ากาวิละ กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2348 ฉัตรเป็น สัญลักษณ์ของความร่มเย็น สื่อถึงความสงบร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนา ซึ่งแผ่ไพศาลไปทั้ง 4 ทิศ
2) สัตติบัญชร หรือ รั้วหอก ที่อยู่รอบพระบรมธาตุ มีที่มาจากเหตุการณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์ ภายหลังการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แย่งพระบรมสารีริกธาตุของเมืองต่างๆ เพื่อนำไป ไว้บูชาประจำเมือง โทณพราหมณ์จึงเป็นผู้ทำหน้าที่แบ่ง โดยให้ทหารถือหอกล้อมรอบพระบรมสารีริกธาตุไว้เพื่อป้องกันการแย่งชิง จึงเป็นที่มาของรั้วหอกรอบพระบรมธาตุนั่นเอง
3) หอยอ ลักษณะเหมือนวิหารขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 ด้าน ของพระบรมธาตุ ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ หมาย ถึงการบูชาหรือสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า (ยอคุณ)
4) หอท้าวโลกบาล เป็นหอยอดแหลมขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 มุมของพระบรมธาตุ หมายถึงที่ประดิษฐานของท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่
– ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวรรณ มียักษ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศเหนือ
– ท้าวธตรฐ มีคนธรรพ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศตะวันออก
– ท้าววิรูปักษ์ มีนาคและครุฑเป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศตะวันตก
– ท้าววิรุฬหก มือสูรเป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศใต้
5) ไหดอกบัว หรือ ปูรณะฆฏะ (“ปูรณะ” แปลว่า เต็ม หรือสมบูรณ์ ส่วน “ฆฎะ” แปลว่า หม้อ รวมกันแปลว่า หม้อที่แสดงถึงความสมบูรณ์) ถือเป็นพุทธสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในดินแดนล้านนา

2.วิหารพระเจ้ากือนา สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยพระราชรัตนากร เป็นวิหารไม้สักทั้งหลัง รูปแบบคล้ายวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ กว้าง 8 วา ยาว 12 วา เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระเจ้ากือนาและพระมหาสุมนเถระ ผู้อัญเชิญพระบรมธาตุ ประดิษฐานบนหลังพญาช้างมงคล ขึ้นสู่ยอดดอยแห่งนี้ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่า “พระศรีสุคตนบุรี”

3. บันไดนาควัดพระธาตุดอยสุเทพ สร้างระหว่างปี พ.ศ. 2081 – 2100 โดยพระมหาญาณมงคลโพธิ์ แต่เดิมมีบันไดอยู่ 173 ขั้น ต่อมาเกิดการชำรุดเสียหายทำให้ต้องรื้อออกและสร้างใหม่ให้ยาวขึ้น รวมจำนวนทั้งสิ้น 306 ขั้น และได้ทำการต่อเติมเศียรพญานาคเป็น 7 เศียร พร้อมตกแต่งประดับประดา เพิ่มรายละเอียดให้ดูประณีตงดงามยิ่งขึ้น

4. รูปหล่อครูบาศรีวิชัย ประดิษฐานภายในวิหารครูบาศรีวิชัย ท่านคือ “นักบุญแห่งล้านนาไทย” เป็นพระนักบุกเบิกในการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ เมื่อปี พ.ศ. 2477 และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนชาวเหนือมาช้านาน ตราบจนกระทั่งทุกวันนี้

5. ประเพณีเดินขึ้นนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ กำหนดงานตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันวิสาขบูชา ครูบาศรี วิชัยได้เปรียบการเดินทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพเสมือน เส้นทางสู่การตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ของพระสัมมาสัมพุทธ เจ้า โดยเปรียบเทียบวัดพระธาตุดอยสุเทพ คือวัดอรหันตา เป็นการเดินทางด้วยเท้า ถือประทีปธูปเทียนเป็นริ้วขบวน ประกอบด้วยพระสงฆ์เดินนำหน้าสวดมนต์ และประชาชนเดินตามหลัง โดยจะเริ่มขบวน ณ วัดศรีโสดา หรือบริเวณอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย แล้วเดินขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพ

พระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณณสิริ)
รองเจ้าคณะภาค 7
เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร

ลักษณะพิเศษ

ให้คะแนนและเขียนรีวิว

Your Rating for this listing

angry
crying
sleeping
smily
cool
Browse

Your review is recommended to be at least 140 characters long

image

แสดงเวลาทำการทั้งหมด
  • วันจันทร์08:00 - 17:00
  • วันอังคาร08:00 - 17:00
  • วันพุธ08:00 - 17:00
  • วันพฤหัส08:00 - 17:00
  • วันศุกร์08:00 - 17:00
  • วันเสาร์08:00 - 17:00
  • วันอาทิตย์08:00 - 17:00
image