วัดพระคงฤาษี ตั้งอยู่เลขที่ 71 ถ.พระคงฤๅษี ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน
วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองหริภุญชัย เมื่อประมาณ พ.ศ. 1209 แต่เดิมชื่อว่า “วัดอาพัทธาราม” หมายถึง “วัดที่ สร้างขึ้นด้วยความผูกพัน” วัดพระคงฤๅษีเป็นวัดสี่มุมเมือง เป็นพุทธปราการ ประจำฝ่ายทิศเหนือของเมืองลำพูน และเป็นพระอารามหลวงในสมัยนั้น
พระนางจามเทวีทรงสร้างพระวิหารถวายพระภิกษุที่มาจากลังกา เป็นที่พำนัก และบำเพ็ญสมณธรรม ตามตำนาน พระสุเทวฤๅษีและพระสุกกทันตฤๅษี เป็นสหายกัน ได้มาพบกัน ณ บริเวณนี้ พระสุเทวฤๅษีได้ใช้ไม้เท้าขีดพื้นดินเพื่อเขียนผังเมืองลำพูนที่นี่ พระนางจามเทวีจึงได้สร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้น ลักษณะเป็นฐานสี่เหลี่ยมกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 36 เมตร โดยให้ช่างแกะสลักเป็นรูปพระฤๅษี 4 ตนด้วยหินศิลาแลง แต่ละตนถือไม้เท้าในมือ และนำไปบรรจุภายในซุ้มทั้ง 4 ด้านของพระธาตุเจดีย์ พร้อมกับตกแต่งซุ้มทั้งสี่ด้วยลายปูนปั้นอย่างงดงามเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ พระฤๅษีทั้ง 4 ตน ได้ช่วยกันสร้างนครหริภุญชัยและพระสกุลลำพูนไว้ ทิศเหนือ เป็นรูปพระสุเทวฤๅษี ทิศตะวันออก เป็น รูปพระสุพรหมฤๅษี ทิศใต้ เป็นรูปพระสุมนนารถฤๅษี และทิศ ตะวันตก เป็นรูปพระสุกกทันตฤๅษี
ในกาลต่อมา ประชาชนต่างยึดถือศรัทธาว่าพระธาตุเจดีย์ นี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากปีใดเกิดฝนแล้งก็จะพากันจัดขบวนแห่ เอาน้ำขมิ้นส้มป่อยไปสรงน้ำพระฤๅษีทั้ง 4 ตน เพื่อเป็นการขอฝน ซึ่งฝนก็มักตกลงมาทันทีจนชาวบ้านเปียกปอนไปตามๆ กัน เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง จนกลายเป็นประเพณีสรงน้ำพระธาตุเจดีย์ฤๅษี สืบต่อกันมาทุกวันที่ 16 เมษายนของทุกปี
พ.ศ. 2417 เจ้าหลวงดาวเรืองได้บูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุเจดีย์ใหม่ โดยให้ช่างทำการดัดแปลงพระฤๅษีทั้ง 4 ตน ให้ เป็นพระพุทธรูปปางประทานอภัยแทน ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ที่เคยมีเสื่อมถอยลง พ.ศ. 2438 สมัยเจ้าหลวงอินทยงยศโชติ ได้ เกิดอัคคีภัยจากการจุดพลุดอกไม้ไฟในงานประจำปี ต้นเพลิง มาจากคุ้มหลวงและลุกลามไปยังบ้านเรือนราษฎร ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์จากการเปลี่ยนรูปพระฤๅษีเป็นพระพุทธรูป จึงขอให้เจ้าหลวงแก้ไข แต่เจ้าหลวงก็ไม่ทำตาม
พ.ศ. 2470 ครูบาคัมภีระได้ก่อสร้างกู่พระคงไว้ในเจดีย์พระคง มีฐานกว้าง 1.50 เมตร สูง 3 เมตร เพื่อบรรจุพระคง พระบาง และพระสกุลลำพูนอีกหลายชนิด อายุประมาณ 100 ปี พ.ศ. 2472 เกิดฝนตกฟ้าผ่าองค์พระธาตุเจดีย์ แต่ไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์แตกทลาย เหลือแต่รูปแกะสลักพระฤๅษีที่อยู่ในซุ้ม เจ้าหลวงจึงได้สั่งการให้ช่างทำการแก้ไขโดยการตัดมุมเจดีย์ 4 มุมออก เป็นเจดีย์ ทรง 8 เหลี่ยม แล้วให้ช่างปั้นรูปฤๅษีทั้ง 4 ตน ไว้ทั้ง 4 มุม และทำการบูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปใหม่ให้เหมือนเดิม ดังที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน เสร็จแล้วจัดงานมหกรรมสมโภชเพื่อเป็นการขอขมาต่อองค์พระฤๅษีทั้ง 4 ตน ตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นอีกเลย
พ.ศ. 2485 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เจ้าหลวงจักรคำ ขจรศักดิ์ ณ ลำพูน ได้ขุดหาพระพิมพ์ในบริเวณวัด และได้เอา พระคง พระบาง และพระสกุลลำพูนอีกหลายชนิดออกจากกู่พระคง เพื่อแจกให้ทหารกองทัพพายัพที่มาตั้งกองกำลังอยู่ที่วัดพระคงฤๅษี รูปทรงพระคงคล้ายกับนักรบในสมัยสงคราม พระคงเป็นพระยอดธงเฉลิมชัย เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับทหารหาญ นำไปใช้ป้องกันตัว นอกจากนี้ บริเวณวัดพระคงฤๅษี ยังได้ขุดพบพระพิมพ์หลายสีหลายชนิด โดยพิมพ์เนื้อดินเผาเรียกว่า พระคง ซึ่งทรงคุณวิเศษทางเมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี
พ.ศ. 2500 ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมพัดเอายอดฉัตรพระธาตุเจดีย์ตกลงมา ทำให้พระคงที่บรรจุในยอดฉัตรตกลง มาบางส่วน ต่อมาเจ้าอาวาสพระอธิการทา สุโภ พร้อมด้วยคณะ จึงได้ทำการซ่อมแซมและยกฉัตรขึ้นไว้ที่ยอดเจดีย์ดังเดิม ปัจจุบันท่านพระครูอมรสันติคุณ ได้ก่อครอบกู่พระคงเดิมไว้ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2561
ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ
1. พระอุโบสถ
2. พระวิหาร
3. กู่พระคง
4. เจดีย์พระฤๅษี
5. อนุสาวรีย์เจ้านางจามเทวี
6. พระเจ้าทันใจ
7. ศาลาการเปรียญ ดูการปั้นพระคง
8. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน แสดงวิถีชีวิตชาวบ้านทุ่งในอดีต
พระครูอมรสันติคุณ (อินแสง อตฺตสนฺโต)
เจ้าอาวาสวัดพระคงฤๅษี