loaderimg
image

วัดพระพุทธบาทผาหนาม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 99 หมู่ 12 บ้านผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จ.ลำพูน

วัดพระพุทธบาทผาหนาม เดิมเป็นวัดร้างมีแต่ป่ารกชัฏและซากปรักหักพัง จนเมื่อพระครูบาอภิชัยขาวปี (ศิษย์เอกของครูบาศรีวิชัย) ได้ร่วมกับชาวบ้านผาหนามที่อพยพหนีน้ำท่วมจากเขื่อนภูมิพล ได้เข้ามาบูรณะวัดนี้ และมีการตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2478 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537

จากตำนานที่จารึกบนใบลานเล่าว่า ครั้งพุทธกาลสมัยที่พระพุทธเจ้า ได้เสด็จจาริกโปรดเวไนยสัตว์ ทรงเล็งเห็นว่านาคราชตนหนึ่งอยู่ในถ้ำดอยผาหนาม มีอุปนิสัยดุร้ายชอบจับคนและสัตว์กินเป็นอาหารอยู่เสมอ และทรงทราบด้วยพุทธญาณว่าสถานที่ที่นาคราชอยู่นั้นจะเป็นสถานที่ประกาศสัจจธรรมแห่งพระองค์ที่สำคัญในอนาคตกาล จึงเสด็จมาสู่เขตอำเภอลี้ในปัจจุบัน และทรงพักผ่อนพระอิริยาบถ ณ ผาลาด แล้วก็มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งผ่านมาที่หน้าถ้ำ เกิดหิวน้ำ พอเห็นแอ่งน้ำเล็กๆ หน้าถ้ำ จึงตรงเข้าไปหมายจะดื่มกิน พญานาคเห็นเข้าจึงเลื้อยพุ่งเข้าหาสุนัขจิ้งจอกเพื่อหมายจะจับกิน สุนัขจิ้งจอกจึงวิ่งหนีไปทางที่พระพุทธองค์ประทับอยู่โดยมี นาคราชยักษ์ไล่ตามไปติดๆ พระพุทธองค์จึงเอื้อมพระหัตถ์ ลูบหัวเจ้าสุนัขจิ้งจอกด้วยความเมตตา ก่อนจิ้มพระดรรชนีตรงแผ่นหินจนเกิดเป็นสายน้ำพุ่งขึ้นมาให้มันได้ดื่มกิน ฝ่ายพญานาคมิอาจเข้าใกล้ได้ด้วยอำนาจพุทธฤทธิ์ จึงหันกลับสู่ถ้ำด้วยความโกรธแค้นในพระองค์

กาลต่อมาพระองค์ได้เสด็จมาที่ดอยผาหนาม พญานาคเห็นเข้าก็เนรมิตให้ดอยทั้งลูกกลายเป็นหนามอันแหลมคม หวังจะไม่ให้พระองค์ขึ้นไปบนดอยได้ พร้อมทั้งแผ่พังพานกั้นทางเสด็จ พระพุทธองค์ทรงเล็งเห็นว่าต้องข่มมานะ ทิฐิพญานาคตนนี้เสียก่อน จึงทรงเหาะขึ้นไปแล้วเหยียบพระบาทลงบนพังพานกดเศียรพญานาคลงกับพื้นหินจน กระดิกกระเดี้ยไม่ได้ก่อนจะหายตัวไป พระองค์จึงเสด็จเข้าไปในถ้ำของพญานาค ครู่หนึ่งก็มีมานพหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้ามา พระองค์ทรงทราบด้วยพระญาณว่าเป็นพญานาคจำแลง จึงตรัสสอนว่า “…ดูกรนาคราช การแสวงหาย่อมเป็นความทุกข์ การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมทำให้เกิดความร้อนรน กระวนกระวาย ท่านจงมีศีลเป็นเครื่องทรง แล้วตั้งตนอยู่ในธรรม ท่านจะเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความสุขที่แท้จริง…” หลังจากจบเทศนาพญานาคก็ซาบซึ้งในรสพระธรรม แต่มิอาจบรรลุได้เพราะมีชั้นภูมิเป็นสัตว์เดรัจฉาน พระองค์จึงเสด็จขึ้นสู่หลังดอย ทรงอธิษฐานเหยียบประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่แผ่นหิน แล้วตรัสให้นาคราชดูแลรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้ ต่อไปภายหน้ารอยพระบาทแห่งนี้จะเป็นสังเวชนียสถานให้ มหาชนได้กราบไหว้บูชา หลังจากนั้นมาพญานาคก็ตั้งมั่นอยู่ในธรรมมิหวั่นไหว และมิได้จับสัตว์กินเป็นอาหารอีก จึงถึงแก่ความตาย ด้วยอานิสงส์แห่งศีลและการได้สดับธรรมจากพระโอษฐ์แห่งพระพุทธเจ้า จึงได้เกิดเป็นรุกขเทวดา มีวิมานอันเป็นทิพย์สถิต ณ ถ้ำผาหนาม รักษารอยพระพุทธบาท ตราบเท่าทุกวันนี้ และจะหลุดพ้นเป็นพระอรหันต์เมื่อพระศรีอาริยเมตไตรยเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก

ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ

วัดพระพุทธบาทผาหนาม แบ่งออกเป็น 2 จุด คือ วัด ตั้งอยู่ด้านล่าง ส่วนพระธาตุเจดีย์อยู่ด้านบน สำหรับด้านล่าง หน้าวัดจะมีรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ของครูบาอภิชัยขาวปีใน เครื่องนุ่งห่มแบบชีปะขาวตั้งอยู่ ส่วนด้านหลังเป็นเมรุมณฑป อันเป็นที่ตั้งสรีระสังขารของพระครูบาอภิชัยขาวปีให้ พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ ในวันที่ 3 มีนาคมของทุก ปี จะมีประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระสังขาร ซึ่งในปี 2568 นี้ ก็ จะครบรอบ 48 ปี ส่วนด้านบนดอยผาหนาม ประดิษฐาน พระธาตุเจดีย์ 2 องค์ คือ พระธาตุเจดีย์ทองและพระธาตุ เจดีย์เงิน (พระธาตุทองและพระธาตุเงิน) มีสะพานทางเดิน เชื่อมถึงกัน เรียกว่า สะพานบุญจารึก สามารถเดินขึ้นไปสักการะได้ทางบันไดนาคจำนวน 432 ขั้น หรือจะขับรถขึ้นไปก็ได้ นอกจากนี้ ด้านบนยังมีรอยพระพุทธบาท 2 รอย ประดิษฐานอยู่ในมณฑปขนาดย่อม พระนอนตาหวาน ที่จำลองมาจากประเทศพม่า และยังมีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ให้ได้กราบไหว้ขอพร เช่น พระเจ้าทันใจ พระธรรมราชาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธอรุณโรจน์ พระพุทธเมตตา ศาลาเจดีย์ครอบรอยพระบาทพระอานนท์เถระ บ่อน้ำทิพย์ เป็นต้น และหากใครที่เดินทางขึ้นไปบนพระธาตุก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ก็จะได้เห็นภาพทะเลหมอกอันงดงาม ณ จุดชมวิวเมืองลี้ ของวัด

สำหรับพระธาตุเจดีย์องค์สีขาว (พระธาตุเงิน) ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า โดยการสร้างของพระครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี (อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทผาหนาม รูปที่ 9) เป็นประธานในการก่อสร้าง โดยพระครูบาเจ้าขาว คำปัน ธมฺมเสน (เจ้าอาวาสวัดรูปที่ 10) กับพระครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา เป็นผู้ควบคุมและเป็นช่างก่อสร้างพระเจดีย์ เมื่อ พ.ศ.2519

ส่วนรอยพระพุทธบาท 2 รอย ที่ประดิษฐานภายใน มณฑปขนาดย่อมนั้น เป็นรอยพระบาทเกือกแก้ว 2 รอย ไม่ปรากฏรอยนิ้วของพระพุทธองค์ มีลักษณะของพระบาทขนาดเล็ก ใหญ่ไม่เท่ากัน ลักษณะฝ่าพระบาท ส้นพระบาท และขอบรอยฝ่าพระบาทที่เหยียบลงไปมองเห็นได้ชัดเจน ปัจจุบันทาสีทองที่รอยพระพุทธบาทเรียบร้อยแล้ว

ส่วนรอยพระบาทพระอานนท์เถระ ณ ศาลาเจดีย์ครอบ รอยพระบาทพระอานนท์เถระ เป็นรอยพระบาทเกือกแก้ว ไม่ปรากฏรอยนิ้ว กว้าง 2 คืบ ยาวศอกกว่า ของพระอานนท์เถระ ซึ่งเป็นพุทธอุปัฏฐากของพระโคตมสัมมาสัม พุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 4 หรือองค์ปัจจุบัน) ในภัทรกัป ทรงเหยียบประทับไว้บนแผ่นหินบนดอยผาหนาม หลังวัดพระพุทธบาทผาหนาม ปัจจุบันรอยพระบาททาสีทอง เรียบร้อยแล้ว

พระครูสุนทรอรรถการ
เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทผาหนาม

ลักษณะพิเศษ

ให้คะแนนและเขียนรีวิว

Your Rating for this listing

angry
crying
sleeping
smily
cool
Browse

Your review is recommended to be at least 140 characters long

image

แสดงเวลาทำการทั้งหมด
  • วันจันทร์08:00 - 17:00
  • วันอังคาร08:00 - 17:00
  • วันพุธ08:00 - 17:00
  • วันพฤหัส08:00 - 17:00
  • วันศุกร์08:00 - 17:00
  • วันเสาร์08:00 - 17:00
  • วันอาทิตย์08:00 - 17:00
image