เจ้าอาวาส พระวชิรสิทธิคุณ (ชัยพร ปพพซีโต)
รองเจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าอาวาสวัดจองคำ พระอารามหลวง
วัดจองคำ เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 801 ถนนชำนาญสถิตย์ ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
วัดจองคำ เป็นวัดที่สร้างขึ้นเป็นวัดแรกของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการค้นพบแผ่นเงินที่ขุดได้บริเวณหลุมเสาเดิมของวัด ซึ่งระบุว่า สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2370 โดยพระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่นาม เดิมคือ “ชานกะเล” และเจ้าแม่นางเมียะ เป็นผู้สร้าง
ในระยะแรก มีการสร้างวัดตามแบบสถาปัตยกรรมพม่า ต่อมา อาคารเสนาสนะเริ่มชำรุดทรุดโทรม พ.ศ.2496 ลุงจองคำสวย ฝั้นอุตะมะ คหบดีชาวแม่ฮ่องสอน ได้ศรัทธารื้ออาคารเดิมแล้วสร้างขึ้นใหม่ เป็นรูปแบบศิลปะพม่าผสมไทใหญ่ หลังคามุงด้วยไม้เกล็ดมียอดปราสาท 7 ชั้น แต่ใช้ประโยชน์ได้เพียง 17 ปี ก็เกิดไฟไหม้ทั้งหมด ท่านพระครูอนุสุตศาสนจักร เจ้าอาวาสในขณะนั้น พร้อม ด้วยพ่อค้าประชาชนได้ร่วมแรงร่วมใจกันบริจาคทรัพย์ ปฏิสังขรณ์วัดจองคำขึ้นมาใหม่ หลังจากการปฏิสังขรณ์ ในปี พ.ศ.2515 แล้ว ต่อมาทางการได้ให้วัดจองคำ และวัดจองกลาง ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันทางทิศเหนือรวมเป็นวัดเดียวกัน เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2517 และในปี พ.ศ.2527 วัดจองคำก็ได้รับการยกฐานะ เป็นพระอารามหลวง
ความน่าสนใจอยู่ที่ศาลาทรงปราสาทพญาธาตุ 4 ชั้น และวิหารหลวงพ่อโต ที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมืององค์ใหญ่ที่สุดของแม่ฮ่องสอน อีกทั้ง ยังมี “กองมู” เจดีย์องค์สีขาวทองรูปทรงสวยแปลกตา ส่วนที่มาของชื่อ “วัดจองคำ” เนื่องจากเสาวัดประดับด้วยทองคำเปลวสีทองเหลืองอร่ามนั่นเอง โดยพื้นที่หน้าวัดซึ่งเป็นสวนสาธารณะหนองจองคำ ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมตามประเพณี เช่น เดือน 5 ประมาณมีนาคมของทุกปี จะมีงานนมัสการหลวงพ่อโดเพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้มากราบไหว้บูชาเสริมสิริ มงคลแก่ชีวิต
ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัณ
1. อุโบสถ เป็นอาคารรูปทรงมณฑปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะศิลปะไทใหญ่ ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 12 เมตร หลังคา เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก รูปพระเจดีย์ 5 องค์ ผนังภายในประดับด้วยภาพเขียนพุทธประวัติ บานประตูหน้าต่างทำด้วย ไม้สักแกะสลักลวดลายงดงาม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2521 สมัยพระครูอนุสุตศาสนจักร เป็นเจ้าอาวาส ส่วนองค์พระ ประธาน เป็นพระพุทธรูปหล่อทองผสม ทางวัดได้ทำพิธีเททอง หล่อ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2522 เบิกพระเนตร เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2523
2. วิหารหลวงพ่อโต เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงตรีมุข หลังคาทรงปราสาท เป็นการผสมผสานทางสถาปัตยกรรม ไทใหญ่ พม่า และตะวันตก โดยอาคารมีผังเป็นรูปตัวแอล ก่ออิฐถือปูน ซุ้มประตูหน้าต่างมีทรงโค้งประดับลวดลายแบบตะวันตก หลังคาเชิงชายประดับไม้คลุ แบบเรือนขนมปังชิง ขนาดกว้าง 26.20 เมตร ยาว 222 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2469 ฝีมือนายช่างสล่าโพอ่อง โดยพระอูหน่าก๊ะ เป็นประธาน ลุงจองคำสวย ฝั้นอุตะมะ คหบดีชาวแม่ฮ่องสอน เป็นศรัทธาในการก่อสร้าง ภายในประดิษฐานพระประธานคือ “เจ้าพลาโหดง” หรือ “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในเมืองแม่ฮ่องสอน หน้าตักกว้าง 4.8 เมตร สูง 6.5 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปศิลปะไทใหญ่ผสมพม่า ปั้นโดยช่างสล่าโพโด่ง เดชะโก เมนท์ ชาวพื้นเมืองแม่ฮ่องสอน โดยจำลองมาจากพระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) พระประธานในพระวิหารหลวงวัด สุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
3. พระเจดีย์ ชาวไทใหญ่เรียกว่า “กองมู” ลักษณะคล้ายมณฑป ทรงจุฬามณี สัญลักษณ์แทนพระเจดีย์จุฬามณีที่ บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าบนสรวงสวรรค์ โดย ช่างฝีมือชาวไทใหญ่ ความสูง 32 ศอก ฐานสี่เหลี่ยม ประกอบมุข 4 ทิศ ด้านหน้าตั้งประติมากรรมรูปสิงห์ปูนปั้นด้านละ * ตัว ประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งด้านละ 1 องค์ เริ่มสร้างเดือนมีนาคม พ.ศ.2465 แล้วเสร็จในเดือน มกราคม พ.ศ.2458 โดยศรัทธาขุนเพียร (พ่อเลี้ยงจองนุ) พิรุญกิจ และแม่จองเฮือน คหบดีชาวแม่ฮ่องสอน ในองค์พระเจดีย์ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้เพื่อเป็นสิริมงคล แก่ผู้ที่มากราบนมัสการ
4. ศาลาทรงปราสาทพญาธาตุ 4 ชั้น สร้างตามความเชื่อว่าเป็นสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ หรือพระพุทธเจ้า อาคารสร้างลดหลั่นเป็นชั้น ประดับชายคาด้วยสังกะสีฉลุลาย เรียกว่า “ปานซอย” อันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม แบบพม่าและไทใหญ่
5. ศาลาการเปรียญ หรือวัดจองกลางเดิม เป็นอาคารไม้ สถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ กว้าง 29เมตร ยาว xxx.๖ เมตร เสาภายในเขียนลายปิดทองคำเปลว ผนังภายในประดับภาพวาดบนกระจก เป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ฝีมือช่างพม่า สร้างจากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า เมื่อ พ.ศ. 2410 ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑสถานวัดจองกลาง แสดง โบราณวัตถุและศิลปกรรมท้องถิ่น เช่น ตุ๊กตาไม้ ผลงานแกะสลักของชางพม่า อายุกว่า 160 ปี ทั้งรูปคนและสัตว์ ตามเรื่องราวมหาเวสสันดรชาดก รวมทั้งพระพุทธรูปหินอ่อน เครื่องถ้วยลายครามจีนสมัยโบราณ อาวุธโบราณ หนังสือธรรมะ และคัมภีร์ภาษาไทใหญ่
6. ศาลาวิปัสสนา เป็นอาคารไม้ หลังคาทรงปราสาท 5 ชั้น มุงสังกะสีฉลุเป็นลวดลาย
อ้างอิง
1.วัดสำคัญในเขตปกครองคณะวงฆ์ภาค 7 เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน